Post-it หรือกระดาษโน้ตกาวในตัว เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างแบรนด์ผ่านของใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ก่อนจะตัดสินใจผลิตจริง ยังมี “ข้อจำกัด” สำคัญที่ควรรู้ เพื่อให้ได้สินค้าที่ตรงความต้องการมากที่สุด
โดยทั่วไปโพสต์อิทที่เราเห็นกันบ่อยตามต้องตลาด จะมีรูปแบบเป็นกระดาษโน้ตสีแผ่นเล็กที่มีแถบกาวติดอยู่ด้านหลังส่วนบนของกระดาษติดอยู่กับฐานพลาสติกหรือกระดาษแข็ง 1 แผ่น แต่สำหรับในวงการของพรีเมี่ยมนั้น โพสอิทมักถูกสั่งผลิตแบบให้มีปกหน้า ปกหลัง และเนื้อในซึ่งเป็นตัวกระดาษโพทอิท เพื่อให้สามารถพิมพ์โลโก้ได้นั่นเอง
Admin จะขอแนะนำชนิดและรูปแบบกระดาษที่ใช้ทำแต่ละส่วนของสมุดโน้ตโพสอิท เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานมากยิ่งขึ้นค่ะ 📑
การสั่งผลิต Post-it ข้อจำกัด ที่ควรต้องรู้
1.หน้าปก
สำหรับปกหน้า-หลัง กระดาษที่นิยมใช้ “กระดาษอาร์ต” ทำปก Post-it จะอยู่ในช่วงความหนาประมาณ 210 – 300 แกรม ซึ่งเป็นช่วงความหนาของกระดาษที่ให้ความแข็งแรงและดูสวยงาม มีความพรีเมี่ยมกำลังดี
- ความหนา 210 – 230 แกรม เป็นความหนามาตรฐานในการสั่งทำโพสอิท น้ำหนักไม่มาก เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป หรือเป็นโพสอิทของที่ระลึกที่มีงบไม่สูงมากนัก
- ความหนา 250 แกรม เพิ่มความแข็งแรงของตัวปกขึ้นมา มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ทำให้ภาพลักษณ์ของงาน ดูดีมีราคา เหมาะสำหรับโพสอิทที่ต้องการให้ปกมีความแข็งเล็กน้อย และมีงบประมาณในระดับหนึ่ง
- ความหนา 300 แกรม ทำให้ปกหนา มีความแข็งแรงมาก เหมาะกับงานที่ต้องการความหรูหรา ดูดี แจกลูกค้าคนพิเศษ มีงบประมาณในการสั่งทำค่อนข้างสูง
ส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยมใช้ 250 แกรม มากที่สุด เพราะให้ความรู้สึกแข็งแรง แต่ยังอยู่ในงบประมาณที่จำกัด ไม่สูงจนเกินไป
2. เนื้อใน
เนื้อใน หรือกระดาษโน้ตของ Post-it โดยทั่วไปจะนิยมใช้ความหนาประมาณ 75 – 80 แกรม ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานที่ใช้งานได้ดีที่สุด
- ความหนา 75 แกรม เป็นตัวที่นิยมมากที่สุด สมดุลทั้งความหนาและการใช้งาน
- ความหนา 80 แกรม มีความหนาขึ้นเล็กน้อย ให้ความรู้สึกมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น
เหตุผลที่ไม่ใช้กระดาษหนามาก เพราะ Post-it ต้องพับเป็นเล่มและมีหลายแผ่น หากหนาเกินไปจะทำให้เล่มแข็ง ใช้งานไม่สะดวก และต้นทุนสูงขึ้น
การเลือกรูปแบบโพสอิท
Premiums มีขนาดและรูปแบบมาตรฐานที่นิยมใช้มากที่สุด โรงงานส่วนใหญ่มักมีบล็อกมาตรฐาน เป็นทรงสี่เหลี่ยม ขนาด 3×3 นิ้ว หรือ 4×6 นิ้ว แต่หากต้องการขนาดอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ก็สามารถทำได้เช่นกัน และยังสามารถสั่งทำโพทอิทไดคัทเป็นรูปทรงต่างๆ ได้อีกด้วย
🔹จำนวนสีในการพิมพ์ โดยเฉพาะงานที่ต้องการโลโก้หรือดีไซน์ซับซ้อน สีที่ใช้จะมีผลต่อราคาโดยตรง การพิมพ์ 1-2 สีจะประหยัดกว่าแบบ 4 สีเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ สีที่พิมพ์ลงบนกระดาษโน้ตอาจมีความต่างเล็กน้อย ระหว่างหน้าจอ Proof Digital และงานผลิต
🔹การเข้าเล่ม ระยะขอบการไสกาว ส่วนมากนิยม หัวด้านบน ความกว้าง ประมาณ 1.5 ซม. จะเป็นพื้นที่ ที่พอดี เหมาะกับการนำไปปะแปะใช้งานของโพสอิท
🔹คุณภาพของกาว ซึ่งเป็นหัวใจของ Post-it หากเลือกกาวคุณภาพต่ำ อาจทำให้กระดาษหลุดง่ายหรือทิ้งคราบเมื่อลอกออก ในขณะที่กาวคุณภาพสูงจะสามารถติดซ้ำได้หลายครั้งโดยไม่ทำลายพื้นผิว กาวที่ใช้สำหรับทำ Post-it หรือกระดาษโน้ตกาว โดยหลักแล้วจะเป็น “กาวอะคริลิกชนิดแรงยึดต่ำ (Low Tack Acrylic Adhesive)” ซึ่งถูกออกแบบมาให้ ติดได้ แต่ลอกออกง่าย และสามารถติดซ้ำได้หลายครั้งโดยไม่ทิ้งคราบ
🔹การออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งโลโก้ ระยะขอบ หรือพื้นที่เขียนข้อความ ต้องวางแผนให้เหมาะสม เพราะพื้นที่ของ Post-it มีจำกัด หากใส่ข้อมูลมากเกินไป อาจทำให้ใช้งานจริงไม่สะดวก
🔴 ข้อจำกัดเหล่านี้จะช่วยให้การสั่งผลิต Post-it เป็นไปอย่างราบรื่น ได้สินค้าที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างแท้จริง
📄 หากคุณกำลังมองหาโรงงานรับผลิต Post-it ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงคุณภาพกาวและกระดาษ โพสต์อิทพิมพ์ลาย บริษัท พรีเมี่ยมส์ ลินเนจ บูม จำกัด ของเราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่คุณไว้วางใจได้ เราผลิตงานด้วยมาตรฐานสูง รองรับทั้งงานองค์กร งานแจก และงานพรีเมี่ยมที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ของคุณโดดเด่น เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพเพื่อให้ได้สินค้าที่คุ้มค่าและตรงใจที่สุด เลือกผลิต Post-it กับเรา เพื่อเปลี่ยนของใช้ง่าย ๆ ให้กลายเป็นสื่อโฆษณาที่ทรงพลังสำหรับธุรกิจของคุณ
สนใจติดต่อสอบถาม บริษัท พรีเมี่ยมส์ ลินเนจ บูม จำกัด
💙 โทร : 02 428 8999
💙 Line : @PremiumS.co.th



